วันศุกร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2553

ภัยร้ายจากอินเทอร์เน็ต
ภัยจากการถูกขโมยข้อมูล หรือ ข้อมูลความลับรั่วไหลออกจากองค์กร (Data Loss/Leakage and Theft)ปัญหาด้านความปลอดภัยที่ตัวไฟล์ข้อมูล หรือ "Data Security" นั้นกำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ในปัจจุบัน เนื่องจากข้อมูลขององค์กรส่วนใหญ่แล้วจะถูก "Digitize" หรือ จัดเก็บในรูปแบบของไฟล์ที่อยู่ในรูปแบบดิจิตอลฟอร์แมตเก็บไว้ในฮาร์ดดิสก์ หรือสื่อทางด้านดิจิตอลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น CD,DVD หรือ เก็บไว้ใน Storage ขนาดใหญ่เช่น ระบบ NAS หรือ SAN ก็สามารถถูกผู้ไม่หวังดีแอบทำสำเนา หรือ "Copy" ข้อมูลออกไปได้โดยง่าย สังเกตจากการนิยมใช้ Thumb Drive หรือ USB Drive ตลอดจน iPhone/iPod หรืออุปกรณ์ MP3 ต่างๆ ในองค์กร ที่มีความจุข้อมูลค่อนข้างสูง ดังนั้น การป้องกันข้อมูลรั่วไหลจึงทำได้ค่อนข้างยากในทางเทคนิค จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น เทคโนโลยี Digital Right Management (DRM) และเทคโนโลยี Data Loss Prevention (DLP) ในการบริหารจัดการไฟล์ข้อมูลต่างๆ ให้เข้าถึงเฉพาะผู้ใช้ที่ถูกกำหนดสิทธิไว้แล้วเท่านั้น ผู้ใช้ที่ไม่มีสิทธิ์ไม่สามารถเข้าถึง (Access) หรือทำสำเนา (Copy) ไฟล์ดังกล่าวได้
จากสถิติพบว่า การขโมยข้อมูลโดยคนในองค์กรเองหรือ Insider Threat นั้นมีเปอร์เซ็นต์สูงกว่าการขโมยโดยคนนอก และส่วนใหญ่เกิดจากพนักงานที่ไม่ซื่อสัตย์ หรือมีทัศนคติไม่ดีกับบริษัท (Disgruntled Employee) การเข้ารหัสข้อมูล (Data Encryption) ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งในการป้องกันข้อมูลรั่วไหลได้ แต่ในขณะเดียวกันกลับกลายเป็นเทคนิคของแฮกเกอร์ในการแอบซ่อนข้อมูลไม่ให้เราสามารถทราบได้ว่าแฮกเกอร์กำลังแอบส่งข้อมูลกันอยู่ในกลุ่มของแฮกเกอร์ด้วยกันเอง ซึ่งมักนิยมใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า "Steganography" ยกตัวอย่าง การเข้ารหัสข้อมูลของกลุ่มผู้ก่อการร้ายในการถล่มตึก World Trade ที่มหานครนิวยอร์ค (911) เมื่อหลายปีก่อน เป็นต้น
บริการค้นหาข้อมูล
เนื่องจากอินเทอร์เน็ตเป็นระบบขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมกว้างขวางทั่วโลก โดยมีแฟ้มข้อมูลต่างๆ มากมายหลายพันล้านแฟ้มบรรจุอยู่ในระบบเพื่อให้ผู้ใช้สามารถสืบค้นใช้งาน ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีระบบหรือโปรแกรมเพื่อช่วยในการค้นหาแฟ้มได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
อาร์คี (Archie) เป็นโปรแกรมที่ช่วยในการค้นหาแฟ้มที่เราทราบชื่อ แต่ไม่ทราบว่าแฟ้มนั้นอยู่ในเครื่องบริการใดในอินเทอร์เน็ต โปรแกรมนี้จะสร้างบัตรรายการแฟ้มไว้ในฐานข้อมูล เมื่อต้องการค้นว่าแฟ้มนั้นอยู่ในเครื่องบริการใด ก็เพียงแต่เรียกใช้อาร์คีแล้วพิมพ์ชื่อแฟ้มข้อมูลที่ต้องการนั้นลงไป อาร์คีจะตรวจค้นฐานข้อมูลและแสดงชื่อแฟ้มพร้อมรายชื่อเครื่องบริการที่เก็บแฟ้มนั้นให้ทราบ เมื่อทราบชื่อเครื่องบริการแล้วก็สามารถใช้เอฟทีพีเพื่อถ่ายโอนแฟ้มข้อมูล มาบรรจุลงในคอมพิวเตอร์ของเราได้
โกเฟอร์ (Gopher) เป็นโปรแกรมค้นหาข้อมูลและขอใช้บริการด้วยระบบเมนู โกเฟอร์เป็นโปรแกรมที่มีรายการเลือกเพื่อช่วยเหลือผู้ใช้ในการค้นหาแฟ้มข้อมูล ความหมาย และทรัพยากรอื่นๆ เกี่ยวกับหัวข้อที่ระบุไว้ โดยผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องทราบและใช้รายละเอียดของคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมโยงอยู่กับอินเทอร์เน็ต สารบบ หรือชื่อแฟ้มข้อมูลใดๆ ทั้งสิ้น เราเพียงแต่เลือกอ่านในรายการเลือกและกดแป้น Enter เท่านั้นเมื่อพบสิ่งที่น่าสนใจ ในการใช้นี้เราจะเห็นรายการเลือกต่างๆ พร้อมด้วยสิ่งที่ให้เลือกใช้มากขึ้นจนกระทั่งเราเลือกสิ่งที่ต้องการและมีข้อมูลแสดงขึ้นมา เราสามารถอ่านข้อมูลหรือเก็บบันทึกไว้ในคอมพิวเตอร์ของเราได้
Veronica เป็นโปรแกรมค้นหาข้อมูลที่พัฒนาขึ้นมาจากการทำงานของระบบโกเฟอร์ เพื่อช่วยในการค้นหาข้อมูลที่ต้องการโดยไม่ต้องผ่านระบบเมนูตามลำดับขั้นของโกเฟอร์ เพียงแต่พิมพ์คำสำคัญ (Keyword) ลงไปให้ระบบค้นหาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคำนั้นๆ แทน
เวส (Wide Area Information Server-WAIS) เป็นโปรแกรมสำหรับใช้เป็นเครื่องมือที่ช่วยสืบค้นข้อมูล โดยการค้นจากเนื้อหาข้อมูลแทนการค้นตามชื่อของแฟ้มข้อมูล จากฐานข้อมูลจำนวนมากที่กระจายอยู่ทั่วโลก การใช้งานผู้ใช้ต้องระบุชื่อเรื่อง หรือ ชื่อคำหลักที่เกี่ยวกับเนื้อหาข้อมูลที่ต้องการค้น หลังจากใช้คำสั่งค้นหาข้อมูล โปรแกรมเวสจะช่วยค้นไปยังแหล่งข้อมูลที่ต่อเชื่อมกันอยู่ในอินเทอร์เน็ต โดยจะพยายามค้นเอกสารที่เกี่ยวข้องตรงกับคำค้น หรือวลีสำคัญที่ผู้ใช้การค้นหาให้มากที่สุด
Search Engines เป็นเครื่องมือช่วยค้นหาข้อมูลในระบบอินเทอร์เน็ตที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน ซึ่งเป็นลักษณะของโปรแกรมช่วยการค้นหาซึ่งมีอยู่มากมายในระบบอินเทอร์เน็ต โดยการพัฒนาขององค์กรต่างๆ เช่น Yahoo, Infooseek, Alta Vista, HotBot, Excite เป็นต้น เพื่อช่วยให้ผู้ใช้ค้นหาข้อมูลสารสนเทศต่างๆ โดยผู้ใช้พิมพ์คำหรือข้อความ ที่เป็น keyword เข้าไป โปรแกรม Search Engines ก็จะแสดงรายชื่อของแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องขึ้นมา ซึ่งเราสามารถคลิกไปที่รายชื่อต่างๆ เพื่อเข้าไปดูข้อมูลตัวนั้นๆ ได้ หรือจะเลือกค้นจากหัวข้อในหมวดต่างๆ (Categories) ที่ทาง Search Engines ได้แสดงไว้เป็นเมนูต่างๆ โดยเริ่มจากหมวดที่กว้างจนลึกเข้าไปสู่หมวดย่อยได้

เนื่องจากอินเทอร์เน็ตเป็นระบบขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมกว้างขวางทั่วโลก โดยมีแฟ้มข้อมูลต่างๆ มากมายหลายพันล้านแฟ้มบรรจุอยู่ในระบบเพื่อให้ผู้ใช้สามารถสืบค้นใช้งาน ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีระบบหรือโปรแกรมเพื่อช่วยในการค้นหาแฟ้มได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
อาร์คี (Archie) เป็นโปรแกรมที่ช่วยในการค้นหาแฟ้มที่เราทราบชื่อ แต่ไม่ทราบว่าแฟ้มนั้นอยู่ในเครื่องบริการใดในอินเทอร์เน็ต โปรแกรมนี้จะสร้างบัตรรายการแฟ้มไว้ในฐานข้อมูล เมื่อต้องการค้นว่าแฟ้มนั้นอยู่ในเครื่องบริการใด ก็เพียงแต่เรียกใช้อาร์คีแล้วพิมพ์ชื่อแฟ้มข้อมูลที่ต้องการนั้นลงไป อาร์คีจะตรวจค้นฐานข้อมูลและแสดงชื่อแฟ้มพร้อมรายชื่อเครื่องบริการที่เก็บแฟ้มนั้นให้ทราบ เมื่อทราบชื่อเครื่องบริการแล้วก็สามารถใช้เอฟทีพีเพื่อถ่ายโอนแฟ้มข้อมูล มาบรรจุลงในคอมพิวเตอร์ของเราได้
โกเฟอร์ (Gopher) เป็นโปรแกรมค้นหาข้อมูลและขอใช้บริการด้วยระบบเมนู โกเฟอร์เป็นโปรแกรมที่มีรายการเลือกเพื่อช่วยเหลือผู้ใช้ในการค้นหาแฟ้มข้อมูล ความหมาย และทรัพยากรอื่นๆ เกี่ยวกับหัวข้อที่ระบุไว้ โดยผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องทราบและใช้รายละเอียดของคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมโยงอยู่กับอินเทอร์เน็ต สารบบ หรือชื่อแฟ้มข้อมูลใดๆ ทั้งสิ้น เราเพียงแต่เลือกอ่านในรายการเลือกและกดแป้น Enter เท่านั้นเมื่อพบสิ่งที่น่าสนใจ ในการใช้นี้เราจะเห็นรายการเลือกต่างๆ พร้อมด้วยสิ่งที่ให้เลือกใช้มากขึ้นจนกระทั่งเราเลือกสิ่งที่ต้องการและมีข้อมูลแสดงขึ้นมา เราสามารถอ่านข้อมูลหรือเก็บบันทึกไว้ในคอมพิวเตอร์ของเราได้
Veronica เป็นโปรแกรมค้นหาข้อมูลที่พัฒนาขึ้นมาจากการทำงานของระบบโกเฟอร์ เพื่อช่วยในการค้นหาข้อมูลที่ต้องการโดยไม่ต้องผ่านระบบเมนูตามลำดับขั้นของโกเฟอร์ เพียงแต่พิมพ์คำสำคัญ (Keyword) ลงไปให้ระบบค้นหาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคำนั้นๆ แทน
เวส (Wide Area Information Server-WAIS) เป็นโปรแกรมสำหรับใช้เป็นเครื่องมือที่ช่วยสืบค้นข้อมูล โดยการค้นจากเนื้อหาข้อมูลแทนการค้นตามชื่อของแฟ้มข้อมูล จากฐานข้อมูลจำนวนมากที่กระจายอยู่ทั่วโลก การใช้งานผู้ใช้ต้องระบุชื่อเรื่อง หรือ ชื่อคำหลักที่เกี่ยวกับเนื้อหาข้อมูลที่ต้องการค้น หลังจากใช้คำสั่งค้นหาข้อมูล โปรแกรมเวสจะช่วยค้นไปยังแหล่งข้อมูลที่ต่อเชื่อมกันอยู่ในอินเทอร์เน็ต โดยจะพยายามค้นเอกสารที่เกี่ยวข้องตรงกับคำค้น หรือวลีสำคัญที่ผู้ใช้การค้นหาให้มากที่สุด
Search Engines เป็นเครื่องมือช่วยค้นหาข้อมูลในระบบอินเทอร์เน็ตที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน ซึ่งเป็นลักษณะของโปรแกรมช่วยการค้นหาซึ่งมีอยู่มากมายในระบบอินเทอร์เน็ต โดยการพัฒนาขององค์กรต่างๆ เช่น Yahoo, Infooseek, Alta Vista, HotBot, Excite เป็นต้น เพื่อช่วยให้ผู้ใช้ค้นหาข้อมูลสารสนเทศต่างๆ โดยผู้ใช้พิมพ์คำหรือข้อความ ที่เป็น keyword เข้าไป โปรแกรม Search Engines ก็จะแสดงรายชื่อของแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องขึ้นมา ซึ่งเราสามารถคลิกไปที่รายชื่อต่างๆ เพื่อเข้าไปดูข้อมูลตัวนั้นๆ ได้ หรือจะเลือกค้นจากหัวข้อในหมวดต่างๆ (Categories) ที่ทาง Search Engines ได้แสดงไว้เป็นเมนูต่างๆ โดยเริ่มจากหมวดที่กว้างจนลึกเข้าไปสู่หมวดย่อยได้
บทความเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต
เครือข่ายไทยเน็ตปี พ.ศ. 2535 เช่นกัน เป็นปีเริ่มต้นของการจัดตั้งกลุ่มจดหมายอิเล็กทรอนิกส์เพื่อการศึกษาและวิจัยโดยมีชื่อว่า "เอ็นดับเบิลยูจี" (NWG : NECTEC E-mail Working Group) โดยการดูแลของเนคเทค และได้จัดตั้งเครือข่ายชื่อว่า "ไทยสาร" (ThaiSarn : Thai Social/Scientific Academic and Research Network) เพื่อการติดต่อสื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างกัน โดยเริ่มแรกประกอบด้วยสถาบันการศึกษา 8 แห่ง ปัจจุบันเครือข่ายไทยสารเชื่อมโยงกับสถาบันต่างๆ กว่า 30 แห่ง ทั้งสถาบันการศึกษาและหน่วยงานของรัฐ
เครือข่ายไทยสาร
ปัจจุบันได้มีผู้รู้จักและใช้อินเทอร์เน็ตมากขึ้น มีอัตราการเติบโตมากกว่า 100 % สมาชิกของอินเทอร์เน็ตขยายจากอาจารย์และนิสิตนักศึกษาในระดับอุดมศึกษาไปสู่ประชาชนทั่วไป
อินเทอร์เน็ต 2 เป็นอีกโครงการหนึ่งที่กำลังพัฒนา และมีแนวโน้มที่จะแก้ปัญหาให้กับอินเทอร์เน็ตในด้านต่าง ๆทุกวันนี้ อินเทอร์เน็ตเป็นเครือข่ายที่ทุกคนรู้จักและใช้ประโยชน์ร่วมกัน ขณะเดียวกันสภาพการใช้งานที่หนาแน่น ทำให้มีข้อมูลข่าวสารวิ่งอยู่บนอินเทอร์เน็ตมากมาย จนทำให้สภาพเครือข่ายใช้งานได้ช้าและเป็นปัญหาต่อการใช้งาน โดยเฉพาะการประยุกต์ใหม่ ๆ หลายโปรแกรมก็ไม่สามารถใช้งานได้ดี เช่น การประยุกต์เว็บทีวี การประยุกต์มัลติมีเดีย การประยุกต์วิทยุ หรือ Real Audio นอกจากนี้งานที่ต้องการข้อมูลข่าวสารจำนวนมาก เช่น งานวิจัยจำเป็นต้องใช้ข้อมูลข่าวสารที่ใช้งานเป็นจำนวนมาก
เพื่อแก้ไขปัญหาของอินเทอร์เน็ต มหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกาจำนวนกว่าร้อยแห่งได้ร่วมมือกันเพื่อพัฒนาอินเทอร์เน็ตรุ่นใหม่ ที่มีการพัฒนาไปอีกขั้นหนึ่ง และเรียกว่า อินเทอร์เน็ต
ทำไมต้องอินเทอร์เน็ต 2
ในเดือนตุลาคม 2539 มหาวิทยาลัยชั้นนำในสหรัฐอเมริกาจำนวน 35 แห่ง ได้ร่วมกันแถลงข่าวประกาศโครงการพัฒนาระบบอินเทอร์เน็ตใหม่ โดยให้ชื่อว่า อินเทอร์เน็ต 2
ในเดือนมกราคม 2540 คณะกรรมการได้เป็นรูปร่างและมีการประชุมร่วมกันขึ้นเป็นครั้งแรก หลังจากนั้นในเดือนกุมภาพันธ์ก็ได้จัดสร้างองค์กร โดยมีผู้เชี่ยวชาญทางด้านเครือข่ายจำนวน 8 คน เป็นผู้ร่างข้อกำหนดและรายละเอียดทางเทคนิค ปัจจุบันผู้สนใจสามารถหาข้อมูลดูรายละเอียดเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต 2 ได้ที่ http://www.internet2.edu โดยมีผู้อำนวยการโครงการชื่อ ไมค์ โรเบิร์ด ซึ่งเป็นประธานของ educom (Consortium of Academic and Industrial Institutions) นอกจากนี้การดำเนินการของโครงการอินเทอร์เน็ต 2 มีฐานดำเนินการอยู่ที่มหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย โดยมีประธานคณะกรรมการชื่อ Gary Auguston โครงการอินเทอร์เน็ต 2 นี้ ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลกลาง โดยจัดให้อยู่ในโครงการที่ทาง NII เป็นผู้สนับสนุนเว็บเป็นจำนวน 300 ล้านเหรียญ เป็นเวลา 3 ปี โดยมีมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ร่วมออกเงินอีก 50 ล้านเหรียญ หรือแต่ละมหาวิทยาลัยต้องพัฒนาระบบเครือข่ายของตนเองเพื่อรองรับโครงการอีกมหาวิทยาลัยละไม่ต่ำกว่า 500,000 เหรียญ ที่น่าสนใจคือ มีโรงเรียนระดับมัธยมหลายแห่งได้เข้าร่วมโครงการด้วย ตามเป้าหมายของอินเทอร์เน็ต 2 จะดำเนินการให้แล้วเสร็จในขั้นต้นเดือนตุลาคม 2540 โดยจะมีโปรแกรมประยุกต์บางส่วนนำมาใช้ได้ในระยะแรกนี้ และจะพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ใช้บนอินเทอร์เน็ต 2 นี้อีกมากในปี 2541
บทความเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต

ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic mail)
ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นโปรแกรมรุ่นแรกๆ ที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารกันในระบบอินเทอร์เน็ต เริ่มใช้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1971 ในปัจจุบันมีโปรแกรมไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ได้เกิดขึ้นมากมายให้เลือกใช้ แต่โปรแกรมไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ ใช้รับส่งได้เฉพาะในรูปของตัวหนังสือเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ถ้าผู้ใช้ต้องการจะส่งรูปภาพ สามารถจะทำได้โดยการติด (attach) ไปกับไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์นั้นๆ
การใช้ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับการศึกษา สามารถทำได้ในส่วนของการส่งเอกสารการเรียนการสอนการบ้าน การถาม-ตอบ กับครูผู้สอนหรือเพื่อนร่วมวิชาคนอื่นๆ โดยจะส่งไปตามที่อยู่ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ที่ลงทะเบียนไว้
ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นโปรแกรมรุ่นแรกๆ ที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารกันในระบบอินเทอร์เน็ต เริ่มใช้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1971 ในปัจจุบันมีโปรแกรมไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ได้เกิดขึ้นมากมายให้เลือกใช้ แต่โปรแกรมไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ ใช้รับส่งได้เฉพาะในรูปของตัวหนังสือเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ถ้าผู้ใช้ต้องการจะส่งรูปภาพ สามารถจะทำได้โดยการติด (attach) ไปกับไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์นั้นๆ
การใช้ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับการศึกษา สามารถทำได้ในส่วนของการส่งเอกสารการเรียนการสอนการบ้าน การถาม-ตอบ กับครูผู้สอนหรือเพื่อนร่วมวิชาคนอื่นๆ โดยจะส่งไปตามที่อยู่ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ที่ลงทะเบียนไว้
แหล่งข้อมูล (Information sources)
เนื่องจากเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นเครือข่ายที่เชื่อมกับคอมพิวเตอร์อื่นๆ ทั่วโลกกว่าล้านเครื่องทำให้การหาข้อมูล ในระบบอินเทอร์เน็ตเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว และง่ายดาย และน้อยครั้งมากที่ผู้ใช้จะต้องจ่ายเงินเพื่อข้อมูลนั้นๆ การใช้แหล่งข้อมูลในระบบอินเทอร์เน็ต จะใช้ระบบเวิลด์ไวด์เว็บเข้ามาดำเนินการ
เวิลด์ไวด์เว็บเป็นเพียงส่วนหนึ่งในระบบอินเทอร์เน็ต ที่เพิ่งเริ่มจะเกิดเมื่อ 4-5 ปีที่ผ่านมานี้และก็มีแนวโน้มว่า จะเป็นสื่อการสอบผ่านสื่อทางไกล ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดอีกประเภทหนึ่ง การทำงานของเวิลด์ไวด์เว็บ จะทำงานผ่านโปรแกรมทำการค้นหาแหล่งข้อมูล ที่เรียกทับศัพท์ภาษาอังกฤษว่า เว็บบราวเซอร์ ที่รู้จักกันในนาม เนตสเคป หรือโมเสก และ อินเทอร์เน็ต Explorer หรือ ไออี เป็นการรวมของสื่อทุกอย่างไว้เข้าด้วยกัน เช่น ตัวหนังสือ รูปภาพ เสียง วีดิทัศน์ เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นส่วนทำให้เวิลด์ไวด์เว็บเป็นสื่อที่ดูดความสนใจอีกประเภทหนึ่ง
ในปัจจุบันบางหน่วยงานหรือสถานการศึกษาใช้การสอบแบบปรนัย (Multiple Choice) ผ่านระบบเวิลด์ไวด์เว็บ แต่ทั้งนี้นักเรียนต้องเข้ามาทำข้อสอบ ในสถานที่ที่จัดให้ อีกตัวอย่างการสอบผ่านข่ายงานคอมพิวเตอร์ที่ใช้อยู่ทั่วโลก คือ การสอบของบริษัทโนเวล (Novell) สำหรับประกาศนียบัตร Certified Netware Engineer (CNE) ซึ่งเป็นการสอบผ่านระบบออนไลน์ (On-line teleexamination) โดยใช้การ download ข้อสอบจากศูนย์กลาง มายังสถานที่สอบโดยผู้สอบทำแบบทดสอบ บนจอคอมพิวเตอร์ และคำตอบที่ได้จะถูกส่งกลับ ไปตรวจที่ศูนย์กลางเมื่อหมดเวลาสอบ
เนื่องจากเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นเครือข่ายที่เชื่อมกับคอมพิวเตอร์อื่นๆ ทั่วโลกกว่าล้านเครื่องทำให้การหาข้อมูล ในระบบอินเทอร์เน็ตเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว และง่ายดาย และน้อยครั้งมากที่ผู้ใช้จะต้องจ่ายเงินเพื่อข้อมูลนั้นๆ การใช้แหล่งข้อมูลในระบบอินเทอร์เน็ต จะใช้ระบบเวิลด์ไวด์เว็บเข้ามาดำเนินการ
เวิลด์ไวด์เว็บเป็นเพียงส่วนหนึ่งในระบบอินเทอร์เน็ต ที่เพิ่งเริ่มจะเกิดเมื่อ 4-5 ปีที่ผ่านมานี้และก็มีแนวโน้มว่า จะเป็นสื่อการสอบผ่านสื่อทางไกล ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดอีกประเภทหนึ่ง การทำงานของเวิลด์ไวด์เว็บ จะทำงานผ่านโปรแกรมทำการค้นหาแหล่งข้อมูล ที่เรียกทับศัพท์ภาษาอังกฤษว่า เว็บบราวเซอร์ ที่รู้จักกันในนาม เนตสเคป หรือโมเสก และ อินเทอร์เน็ต Explorer หรือ ไออี เป็นการรวมของสื่อทุกอย่างไว้เข้าด้วยกัน เช่น ตัวหนังสือ รูปภาพ เสียง วีดิทัศน์ เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นส่วนทำให้เวิลด์ไวด์เว็บเป็นสื่อที่ดูดความสนใจอีกประเภทหนึ่ง
ในปัจจุบันบางหน่วยงานหรือสถานการศึกษาใช้การสอบแบบปรนัย (Multiple Choice) ผ่านระบบเวิลด์ไวด์เว็บ แต่ทั้งนี้นักเรียนต้องเข้ามาทำข้อสอบ ในสถานที่ที่จัดให้ อีกตัวอย่างการสอบผ่านข่ายงานคอมพิวเตอร์ที่ใช้อยู่ทั่วโลก คือ การสอบของบริษัทโนเวล (Novell) สำหรับประกาศนียบัตร Certified Netware Engineer (CNE) ซึ่งเป็นการสอบผ่านระบบออนไลน์ (On-line teleexamination) โดยใช้การ download ข้อสอบจากศูนย์กลาง มายังสถานที่สอบโดยผู้สอบทำแบบทดสอบ บนจอคอมพิวเตอร์ และคำตอบที่ได้จะถูกส่งกลับ ไปตรวจที่ศูนย์กลางเมื่อหมดเวลาสอบ
บทความเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต

ปัจจุบันนักเรียนคุ้นเคยกับคอมพิวเตอร์และรู้จักที่จะใช้เวลาทั้งวันไปกับการเล่นเกมสนุกๆที่มีอยู่ในคอมพิวเตอร์มีเดีย โดยไม่สนใจที่จะศึกษาเล่าเรียนในโรงเรียนเหมือนแต่ก่อนจากประสบการณ์ของผู้เขียนพบว่าเยาวชนเป็นจำนวนไม่น้อยในระดับมัธยม
ที่สอนอยู่ ใช้เวลาตลอดสัปดาห์เข้าไปนั่งเล่นเกมส์ในร้านไซเบอร์คาเฟ่ข้างโรงเรียนในเวลาเรียนได้ทั้งวัน โดยผู้ปกครองไม่ทราบ และครูได้เช็คขาดเรียนโดยเข้าใจผิดว่าป่วย ต่อเมื่อย่างเข้าสัปดาห์ต่อมา ครูได้ติดต่อไปยังผู้ปกครอง และร่วมกันสืบดูพฤติกรรม จึงได้ทราบว่าตลอดสัปดาห์ที่แต่งเครื่องแบบนักเรียนออกจากบ้าน มาโรงเรียนพร้อมกับผู้ปกครองทุกวันนั้น นักเรียนไม่ได้เข้าประตูโรงเรียน แต่เข้าประตูร้านไซเบอร์ที่อยู่ใกล้ๆโรงเรียนนั่นเอง ผู้เขียนได้ปรารภกับเพื่อนครูต่างโรงเรียนอีกหลายแห่ง ก็ได้พบปัญหาทำนองเดียวกัน จึงเกิดคำถามขึ้นว่า
-ทำไมเกมส์ในคอมพิวเตอร์จึงดึงดูดความสนใจของเยาวชนนักหนา
-เดี๋ยวนี้ การเรียนการสอนในห้องเรียนน่าสนใจน้อยกว่าเกมส์มาก จนกระทั่งนักเรียนหมดเยื่อใยที่จะเข้าเรียนได้อีกต่อไปแล้ว หรือไร
-ไม่มีใครเลยหรือที่จะแนะนำนักเรียนให้เรียนรู้วิธีการแสวงหาความรู้สนุกๆจากอินเทอร์เน็ตซึ่งมีอยู่มากมายมหาศาล และก็อยู่ในคอมพิวเตอร์ ที่นักเรียนเล่นแต่เกมส์นั่นแหละ
-หรือว่า แหล่งความรู้สนุกๆที่มีมากมายเหล่านั้นต้องใช้ระบบอินเทอร์เน็ตที่ยุ่งยากมากสำหรับสถานศึกษาที่ไม่พร้อม ในร้านไซเบอร์มีระบบพร้อมกว่า สะดวกกว่า เล่นเกมส์ทางอินเทอร์เน็ตก็ง่ายดาย
-หรือว่า อันที่จริงแล้ว เรายังขาดแคลนข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อเยาวชนของเรา นักเรียนพันธ์ใหม่พิจารณาเองได้ว่าเป็นแนวเก่า ไม่สมยุค จึงเบื่อเหลือเกิน
-หากเป็นไปได้ทุกคำถาม ครูที่ห่วงใยนักเรียน คงจะเพิกเฉยต่อพฤติกรรมระบาดนี้ไม่ได้
มีอะไรที่ครูจะทำได้บ้างในช่วงของการปฏิรูปการศึกษา ก็น่าจะลองช่วยๆกันดู
แนวคิดหนึ่งสำหรับครูที่พอจะมีความรู้ทางไอที (IT-Information Technology) อยู่บ้าง คือ
-การจัดหา และรวบรวมการนำเสนอความรู้สนุกๆ ที่น่าสนใจและมีสาระซึ่งมีอยู่มากมายมหาศาลทางอินเทอร์เน็ตนั้น มาหลอกล่อ และเรียกร้องความสนใจของนักเรียนบ้าง
-บอกวิธีการ ค้นหาและเลือกข้อมูลบนเครือข่ายให้นักเรียนเปิดหาสิ่งที่ตนต้องการได้ -แนะนำให้นักเรียนเปิดดูโฮมเพจจากเครื่องแม่ข่ายของโรงเรียน (server) บ้าง
-สำหรับบางสถานศึกษาที่กำลังรอความพร้อมของระบบอินเทอร์เน็ตอยู่ ครูอาจใช้การบันทึกความรู้ที่ค้นได้จากอินเทอร์เน็ตมาเก็บไว้ ในแผ่นซีดีรอมแล้วเปิดให้นักเรียนดูได้จากระบบออฟไลน์ที่มี โดยที่ทุกข้อมูลมีสภาพเหมือนกับเปิดบนอินเทอร์เน็ต ความรู้ที่นำมาบันทึกบนแผ่นซีดีรอมในลักษณะนี้ ดร.มธุรส จงชัยกิจ* เรียกว่า เครือข่ายเสมือน (Virtual Web) ซึ่งน่าจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยการเรียนการสอนได้ในยุคนี้
ที่สอนอยู่ ใช้เวลาตลอดสัปดาห์เข้าไปนั่งเล่นเกมส์ในร้านไซเบอร์คาเฟ่ข้างโรงเรียนในเวลาเรียนได้ทั้งวัน โดยผู้ปกครองไม่ทราบ และครูได้เช็คขาดเรียนโดยเข้าใจผิดว่าป่วย ต่อเมื่อย่างเข้าสัปดาห์ต่อมา ครูได้ติดต่อไปยังผู้ปกครอง และร่วมกันสืบดูพฤติกรรม จึงได้ทราบว่าตลอดสัปดาห์ที่แต่งเครื่องแบบนักเรียนออกจากบ้าน มาโรงเรียนพร้อมกับผู้ปกครองทุกวันนั้น นักเรียนไม่ได้เข้าประตูโรงเรียน แต่เข้าประตูร้านไซเบอร์ที่อยู่ใกล้ๆโรงเรียนนั่นเอง ผู้เขียนได้ปรารภกับเพื่อนครูต่างโรงเรียนอีกหลายแห่ง ก็ได้พบปัญหาทำนองเดียวกัน จึงเกิดคำถามขึ้นว่า
-ทำไมเกมส์ในคอมพิวเตอร์จึงดึงดูดความสนใจของเยาวชนนักหนา
-เดี๋ยวนี้ การเรียนการสอนในห้องเรียนน่าสนใจน้อยกว่าเกมส์มาก จนกระทั่งนักเรียนหมดเยื่อใยที่จะเข้าเรียนได้อีกต่อไปแล้ว หรือไร
-ไม่มีใครเลยหรือที่จะแนะนำนักเรียนให้เรียนรู้วิธีการแสวงหาความรู้สนุกๆจากอินเทอร์เน็ตซึ่งมีอยู่มากมายมหาศาล และก็อยู่ในคอมพิวเตอร์ ที่นักเรียนเล่นแต่เกมส์นั่นแหละ
-หรือว่า แหล่งความรู้สนุกๆที่มีมากมายเหล่านั้นต้องใช้ระบบอินเทอร์เน็ตที่ยุ่งยากมากสำหรับสถานศึกษาที่ไม่พร้อม ในร้านไซเบอร์มีระบบพร้อมกว่า สะดวกกว่า เล่นเกมส์ทางอินเทอร์เน็ตก็ง่ายดาย
-หรือว่า อันที่จริงแล้ว เรายังขาดแคลนข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อเยาวชนของเรา นักเรียนพันธ์ใหม่พิจารณาเองได้ว่าเป็นแนวเก่า ไม่สมยุค จึงเบื่อเหลือเกิน
-หากเป็นไปได้ทุกคำถาม ครูที่ห่วงใยนักเรียน คงจะเพิกเฉยต่อพฤติกรรมระบาดนี้ไม่ได้
มีอะไรที่ครูจะทำได้บ้างในช่วงของการปฏิรูปการศึกษา ก็น่าจะลองช่วยๆกันดู
แนวคิดหนึ่งสำหรับครูที่พอจะมีความรู้ทางไอที (IT-Information Technology) อยู่บ้าง คือ
-การจัดหา และรวบรวมการนำเสนอความรู้สนุกๆ ที่น่าสนใจและมีสาระซึ่งมีอยู่มากมายมหาศาลทางอินเทอร์เน็ตนั้น มาหลอกล่อ และเรียกร้องความสนใจของนักเรียนบ้าง
-บอกวิธีการ ค้นหาและเลือกข้อมูลบนเครือข่ายให้นักเรียนเปิดหาสิ่งที่ตนต้องการได้ -แนะนำให้นักเรียนเปิดดูโฮมเพจจากเครื่องแม่ข่ายของโรงเรียน (server) บ้าง
-สำหรับบางสถานศึกษาที่กำลังรอความพร้อมของระบบอินเทอร์เน็ตอยู่ ครูอาจใช้การบันทึกความรู้ที่ค้นได้จากอินเทอร์เน็ตมาเก็บไว้ ในแผ่นซีดีรอมแล้วเปิดให้นักเรียนดูได้จากระบบออฟไลน์ที่มี โดยที่ทุกข้อมูลมีสภาพเหมือนกับเปิดบนอินเทอร์เน็ต ความรู้ที่นำมาบันทึกบนแผ่นซีดีรอมในลักษณะนี้ ดร.มธุรส จงชัยกิจ* เรียกว่า เครือข่ายเสมือน (Virtual Web) ซึ่งน่าจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยการเรียนการสอนได้ในยุคนี้
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)